ประวัติความเป็นมาของ “ขนมปังฝรั่งเศส” หรือ “บาแก็ตต์”

ประวัติความเป็นมาของ “ขนมปังฝรั่งเศส” หรือ “บาแก็ตต์”
ราคา: 0 บาท
รหัสทัวร์: DPT

ประวัติความเป็นมาของ “ขนมปังฝรั่งเศส” หรือ “บาแก็ตต์”

ถ้าพูดถึงขนมปังฝรั่งเศส หลายคนคงคุ้นตากับภาพขนมปังแท่งยาวๆ ที่มาพร้อมความกรอบแสนอร่อยเป็นแน่ เพราะถือเป็่นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แต่เห็นแวบแรกก็จดจำได้ขึ้นใจ แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว ขนมปังชนิดนี้ไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศสอย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยวันนี้เรามีประวัติความเป็นมาของขนมปังฝรั่งเศสมาบอกเล่าให้ฟัง ซึ่งบางเรื่องคุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
 

 

♦ คนฝรั่งเศสใช้คำเรียกว่า “บาแกตต์” (Baguette)
คนฝรั่งเศสเรียกขนมปังชนิิดนี้ว่า บาแก็ตต์ (Baguette) ซึ่งมีความหมายว่าแท่งไม้ เรื่องจากตัวขนมปังมีลักษณะค้ลายกลับท่อนไม่ เอกลักษณ์ที่ครองใจใครหลายคนมาอย่างยาวนาน ก็คือความกรอบนอกนุ่มใน และเวลาตัดออกมาขนมปังไม่แตกเสียรูปทรง  โดยบาแก็ตต์ถืิอเป็นขนมปังที่คนฝรั่งเศสนิยมรับประทาน และถูกยกให้เป็นขนมปังประจำชาติ จึงเป็นที่มาของชื่อที่คนส่วนใหญ่มักเรียกว่าขนมปังฝรั่งเศสแทนการเรียกว่าบาแก็ตต์

♦ มีต้นกำเนิดที่แท้จริงอยู่ที่ “กรุงเวียนนา”
ต้นกำเนิดของขนมปังบาแกตต์อยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียโดยชาวปารีสเป็นคนนำต้นตำรับของขนมปังชนิดนี้เข้ามาในช่วงประมาณยุคกลางศตวรรษที่ 19

♦ “บูล” (Boule) คือขนมปังฝรั่งเศสที่แท้จริง 
ขนมปังฝรั่งเศสแบบดั่งเดิมมีชื่อเรียกว่า “บูล” (Boule) โดยมีลักษณะเป็นขนมปังอ้วนกลม ใหญ่ๆ โดยเป็นขนมปังที่คนฝรั่งเศสนิยมทานมาอย่างนาวนานในช่วงเวลานั้น สำหรับที่ชื่อที่ใช่เรียกมาจากคำว่า บุลองเชอริ (Boulangerie) ซึ่งเป็นคำเรียกร้านเบเกอรี่ในภาษาฝรั่งเศส  สำหรับสาเหตุที่คนฝรั่งเศสหันมาทานขนมปังบาแก็ตต์แทน เป็นเพราะว่ามีความกรอบนุ่มอร่อยถูกปากมากกว่า

♦ เพราะอบ “บลู” ไม่ทัน “บาแก็ตต์” จึงเข้ามาแทนที่ 
ในช่วงช่วงปี ค.ศ.1920 ฝรั่งเศสได้ออกกฎหมายห้ามคนทำงานก่อนเวลาตี 4 จึงเป็นสาเหตุทำให้อบขนมปังบลูเสร็จไม่ทันเวลาที่เปิดร้าน เนื่องจากต้องใช้เวลาอบนาน ซึ่งต่างกับขนมปังบาแก็ตต์ที่ใช้เวลาอบเพียงไม่นาน ผู้ขายจึงหันมาทำขนมปังบาแก็ตต์ขายมากกว่า เพราะเสร็จทันช่วงเวลามื้อเช้า และด้วยเหตุผลนี่เอง จึงทำให้บาแก็ตต์กลายเป็นอาหารประจำชาติที่คนฝรั่งเศสนิยมรับประทาน

♦ ทริคการรับประทานขนมปังฝรั่งเศสให้อร่อย
หลายคนที่เคยลองขนมปังฝรั่งเศสอาจจะรู้สึกได้ถึงความแข็งที่หนักแน่นเสียเหลือเกิน แต่รู้ไหมว่า ถ้าน้ำเข้าไปอบในไมโคเวฟในเวลาไม่กี่วินาที ความอร่อยก็มารออยู่ตรงหน้าแล้ว โดยตัวขมปังจะมีความนิ่มขึ้น จะทาแยม ทาเนย หรือเนยถั่ว ก็เข้ากันอย่าลงตัว พร้อมมอบความอร่อยที่แสนเพอร์เฟค

ปัจจุบันบาแก็ตต์มีการดัดแปลงให้มีหลายขนาด และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ถ้าเป็นแบบสั่นและอวบเรียกว่า “บาตารด์” ส่วนแบบเรียวเล็กเรียก “ฟิแซลล์”